วันอาทิตย์ ที่ 17  ถึง วันเสาร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 เจ้าหน้าที่ สทอภ. ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 แม่ฮ่องสอน ในการลงพื้นที่ตรวจสอบความถูกต้องของผลการวิเคราะห์จุดเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไม้จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยได้คัดเลือกจุดที่อยู่ในระบบพิทักษ์ไพร เพื่อตรวจสอบผลการวิเคราะห์จุดบุกรุกในพื้นที่จริงอีกครั้ง และเป็นการเรียนรู้ถึงกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่หน่วยรับผิดชอบในการเข้าตรวจสอบพื้นที่ ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน ซึ่งทาง สทอภ. และ กรมป่าไม้ (ส่วนกลาง) จะได้นำข้อมูลเหล่านี้ไปปรับปรุงแก้ไขกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการปรับปรุงระบบพิทักษ์ไพรบนเว็บและโมบายแอปพริเคชั่นให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานในการลงพื้นที่ตรวจสอบจุดบุกรุกจากระบบฯ

เจ้าหน้าที่จาก สทอภ. ได้นำเสนอผลการตรวจสอบความถูกต้องของการวิเคราะห์พื้นที่บุกรุกป่าจากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน เพื่อจะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขให้มีการทำงานที่มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ให้แก่ ผอ.เล็ก วงษา ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่าสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 แม่ฮ่องสอน  ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบบริเวณป่าสงวนแห่งชาติในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในการนี้ โดยทางเจ้าหน้าที่ สทอภ. ได้ลงตรวจสอบจุดบุกรุก และจุดไม่ใช่จุดบุกรุกในพื้นที่จริงร่วมกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จำนวน 4 หน่วย ได้แก่  1. มส.2 อ.เมืองแม่ฮ่องสอน 2. มส.3 อ.ขุนยวม  3. มส.5 อ.แม่สะเรียง 4. มส.6 อ.สบเมย ในส่วนการทำงานตรวจสอบสภาพพื้นที่จริง เจ้าหน้าที่หน่วยได้มีการประสานงาน และลงสำรวจร่วมกับผู้นำชุมชนก่อนเข้าพื้นที่จริงทุกครั้ง เพื่อจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และนำมาสนับสนุนในการทำงานครั้งนี้ ในการลงพื้นที่มีการใช้แอปพลิเคชั่นพิทักษ์ไพรบนมือถือร่วมกับ GPS Gate แผนที่ และเข็มทิศ ในการนำทางเพื่อให้เข้าถึงพื้นที่เป้าหมาย รวมทั้งหมด 12 จุด โดยมีสถานะในระบบฯ เป็นจุดบุกรุก จำนวน 6 จุด และไม่ใช่จุดบุกรุก จำนวน 6 จุด พบว่าไม่ใช่จุดบุกรุก จำนวน 6 จุด นั้นส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เป็นไร่หมุนเวียนของชาวบ้านที่มีการปล่อยทิ้งร้างไว้ 5-7 ปี แล้วกลับมากินใหม่ ส่วนจุดบุกรุก จำนวน 6 จุด นั้นเป็นการบุกรุกแผ้วถางใหม่ มีการตัดโค่นต้นไม้ เช่น ไม้เต็ง ไม้รัง เพื่อเตรียมพื้นที่ทำเกษตรกรรม ปลูกข้าวไร่ เจ้าหน้าที่ได้มีการวัดขนาดพื้นที่ และเขียนสำนวนส่งแจ้งดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป จากการสอบถามการทำงานของเจ้าหน้าที่หน่วย บางพื้นที่ได้มีการตกลงทำความเข้าใจกับชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่ ถ้าเจ้าหน้าที่เจอพื้นที่บุกรุกจะเข้าไปเจราจากับผู้นำชุมชน และให้ผู้นำชุมชนตักเตือนชาวบ้านที่บุกรุก และให้คืนพื้นที่พร้อมปลูกต้นไม้ทดแทนในพื้นที่ดังกล่าว แต่ถ้าพบเห็นว่าผู้บุกรุกรายนี้ยังทำการบุกรุกป่าอีก จะดำเนินคดีทันที ซึ่งวิธีการเจรจาของเจ้าหน้าที่หน่วยพบว่าบางพื้นที่ให้ความร่วมมือดี แต่บางพื้นที่ส่วนน้อยก็ยังมีการบุกรุกป่าอยู่ อย่างไรก็ตามทาง สทอภ. จะได้นำผลที่ได้จากการลงภาคสนามและการประชุมครั้งนี้กลับไปพัฒนาระบบฯ ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ให้มีความพร้อมและง่ายต่อการใช้งานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่และผู้บริหารในการติดตาม ตรวจสอบ เข้าถึง และรายงานพื้นที่บุกรุกต่อไป